บทที่3 ยกเลิกการอภิเษกอย่างเรียบร้อย

by อี้อี้ 03:17,Mar 13,2022
นางเฉียวเดิมทีเป็นสาวใช้อยู่ในเรือนของซูหงเหว่ย รับใช้เขาอยู่หลายปี ซูหงเหว่ยมีใจให้นางด้วยความจริงใจ
ในยามนี้หากผู้ที่ลงมือเป็นเฮยเย่าจริงๆ เกรงว่าผลที่ตามมาจะสาหัสกว่านี้

ซูหงเหว่ยเอ่ยตำหนิ “เจ้ามันเป็นหญิงโง่!รู้ทั้งรู้ว่าหนิงซีกำลังจะอภิเษกกับองค์รัชทายาท เจ้ายังริอาจดูหมิ่นนาง ความผิดเช่นนี้สมควรถูกลงโทษ!”

“ความผิดในวันนี้ เจ้าจงจำไว้ให้ขึ้นใจ!”

พอพูดจบก็ตบเข้าไปอย่างจัง

ไป๋หลี่จิ่นเฝ้าดูอยู่ด้านหลัง ซูหงเหว่ยไม่กล้าตบตา ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาตบอย่างจริงจัง

นางเฉียวคิดว่าซูหงเหว่ยคงจะเมตตานางอยู่บ้าง แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเมื่อลงมือแล้ว หน้าของนางจะบวมขึ้นมาทันตาเห็น ปากเริ่มมีเลือดซึมออกมา นางยิ้มเยาะที่มุมปากด้วยความเจ็บปวด

หลังจากที่ตบครบยี่สิบครั้ง เฉียวซื่อเองแทบจะหมดสติเสียแล้ว

ซูหงเหว่ยสั่งให้คนมาช่วยพยุงนาง ไป๋หลี่จิ่นเองพยักหน้ารับด้วยความพอใจ

ซูหงเหว่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วจึงสั่งให้คนไปตามซูหนิงซีมา

เมื่อได้ยินว่าไป๋หลี่เหิงมาเพื่อกล่าวคำขอโทษ ซูหนิงซีไม่ได้สนใจเขานัก ดังนั้นนางจึงไม่ค่อยเต็มใจที่จะออกมา

แต่ทว่าครั้งนี้ไป๋หลี่จิ่นมาด้วย เมื่อนึกถึงวันที่นางกระโดดลงไปในน้ำ หากมิใช่การช่วยเหลือจากไป๋หลี่จิ่น นางเองคงจะได้จมน้ำตายเสียจริงๆเป็นแน่

ในสายตาของผู้อื่น ไป๋หลี่จิ่นคือผู้ที่มีใบหน้าเย็นชาและเคร่งขรึม แต่ทว่าในความทรงจำของซูหนิงซี เขากลับพิเศษกว่านั้น……

ดังนั้นซูหนิงซีจึงเก็บข้าวของ แล้วรีบไปยังโถงใหญ่ทันที

หลังจากคารวะทักทายเสร็จซูหนิงซีจึงนั่งลงข้างๆซูหนิงซาน นี่เป็นครั้งแรกที่ไป๋หลี่เหิงจ้องมองนางอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาเขาไม่เคยสนใจนางมาก่อน ไม่นึกเลยว่าหญิงสาวที่เขาเฝ้ารังเกียจ บัดนี้จะหน้าตาน่ารักถึงเพียงนี้

นอกจากท่าทางเย็นชาไม่แยแสแล้ว ใบหน้าและรูปร่างของนางงดงามกว่าซูหนิงซานด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นการจ้องมองของไป๋หลี่เหิงแล้วนั้น สายตาของไป๋หลี่จิ่นกลับมัวหมอง

“องค์รัชทายาท เจ้ามีสิ่งใดจะพูดกับคุณหนูใหญ่ตระกูลซูหรือไม่?”

ไป๋หลี่จิ่นเอ่ยเตือนด้วยเสียงเรียบนิ่ง

ไป๋หลี่เหิงหดตัวลง คำขอโทษจะเอ่ยก็เอ่ยออกมาได้ไม่เต็มปาก ทำได้เพียงวางมาดองค์รัชทายาทแล้วกล่าวว่า“ซูหนิงซี ข้ารู้ถึงเหตุผลที่เจ้ากระโดดลงน้ำไปในวันนั้น เป็นเพราะเจ้ามีใจให้ข้าอย่างสุดซึ้ง”

นี่คือคำขอโทษของเขาหรือ?

ซูหนิงซีขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด

“หลายปีมานี้ เป็นเพราะข้าเมินเฉยต่อเจ้า แต่เจ้าวางใจเถิด จากนี้ไป……”

ก่อนไป๋หลี่เหิงกล่าวจบ ซูหนิงซีรีบเอ่ยขึ้นมาทันที “องค์รัชทายาทโปรดวางพระทัย จากนี้เป็นต้นไประหว่างหม่อมฉันและพระองค์จะไม่มีเรื่องอันใดเกี่ยวข้องกันอีกเพคะ”

“ข้าต้องการยกเลิกการอภิเษกสมรสกับองค์รัชทายาท”

ทันทีที่กล่าวจบ ทุกคนต่างจ้องมองซูหนิงซีอย่างตกตะลึง

มีเพียงซูหนิงซานเท่านั้นที่แทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความปรีติ

คิดไม่ถึงว่าซูหนิงซีจะเอ่ยยกเลิกการอภิเษกออกมาตรงๆเช่นนี้

นางเข้าใกล้ความเป็นพระชายาองค์รัชทายาทไปอีกขั้น ไม่จำเป็นต้องวางแผนอันใดจัดการซูหนิงซีอีกต่อไป และนางเองไม่จำเป็นต้องเอ่ยอะไรให้มากความ

ซูหนิงซีจ้องมองไปยังไป๋หลี่เหิงและกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวว่า “ในเมื่อในใจขององค์รัชทายาทมิได้มีข้าอยู่ ข้าซูหนิงซีมิใช่คนที่จะคอยไล่ตามผู้อื่น นอกจากนี้เหตุผลที่แท้จริงที่ข้ากระโดดน้ำในวันนั้น องค์รัชทายาทเองรู้ดียิ่งกว่าใคร”

เมื่อเห็นความเด็ดขาดของซูหนิงซี ซูหงเหว่ยดูตกใจเล็กน้อย

ในความทรงจำของเขา ซูหนิงซีมักขี้กลัวและขี้อาย พูดจายังไม่กล้าที่จะเอ่ยเสียงดัง เขารู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก แต่ก็รู้สึกละอายใจที่ละเลยนางมาหลายปี

เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขาแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง

“ข้าได้ยินเรื่องที่พูดต่อๆกันมาแล้ว องค์รัชทายาทกับน้องสามต่างก็รักใคร่กันยิ่งนัก ยามอยู่ด้วยกันมิเคยสนสายตาผู้ใด ข้าจะทำลายพวกท่านได้อย่างไร?ยกเลิกเสียยิ่งเป็นการณ์ดี องค์รัชทายาทจะได้ให้น้องสามมาเป็นพระชายาองค์รัชทายาทแทน ”

พระชายยาองค์รัชทายาท?นางอยากเป็นที่ไหนกัน!

“แต่ว่า ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งเรื่อง”

ซูหนิงซียิ้มเบาๆ“องค์รัชทายาทต้องประกาศให้รู้โดยทั่วกันว่า ข้าคือผู้ที่ขอยกเลิกการอภิเษกสมรสนี้ มิต้องการที่จะรับตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาท”

“มิเช่นนั้น หากเหตุผลที่แท้จริงที่ข้ากระโดดน้ำหลุดออกไป เกรงว่าจะทำให้พระองค์ดูไม่ดีได้นะเพคะ”

นางอยากจะเห็นยิ่งนัก ว่าของที่นางไม่เอาแล้วนั้น ซูหนิงซานยังจะเต็มใจรับไว้อยู่อีกหรือไม่?

“นี่เจ้าขู่ข้าหรือ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น สิ่งแรกที่ไป๋หลี่เหิงโต้กลับคือการปฏิเสธ “ไม่มีทาง!”

เขาเป็นถึงองค์รัชทายาท จะมาทนรับความอัปยศอดสูเช่นนี้ได้อย่างไร? !

ไป๋หลี่จิ่นตักเตือนผ่านทางสายตา ไป๋หลี่เหิงทำได้เพียงหุบปากลงด้วยความขุ่นเคือง ฟังซูหนิงซีพูดต่อ

ซูหนิงซีแสดงสีหน้าเย็นชาในทันที “ ในเมื่อองค์รัชทายาทไม่เต็มใจ อย่างนั้นท่านต้องรับเงื่อนไขของข้าสิบข้อ พร้อมลงนามตกลง ข้าจึงจะยอมอภิเษกกับท่าน”

“เงื่อนไขสิบข้อ?!เงื่อนไขอันใดมีตั้งสิบข้อ?!”

ไป๋หลี่เหิงแทบจะกระอักเลือดออกมา

ไหนยังจะต้องลงนามตกลงอีก เขาไม่ใช่นักโทษนะ!

“ถูกต้อง สิบข้อ”

ซูหนิงซีกล่าวด้วยตนเอง“หนึ่ง:ถึงแม้ข้าจะอภิเษกกับท่าน แต่เป็นเพียงการอภิเษกแค่ในนามเท่านั้น มิได้ร่วมหอกันจริงๆ ข้ากับท่านต้องแยกห้องนอนกัน”

ความหมายคือ นางเพียงอภิเษกเพื่อเป็นแจกันประดับเรือนเท่านั้น

“สอง:ท่านห้ามมีพระสนม นางสนม นางสนองพระโอษฐ์หรือแม้แต่นางบำเรอ ความหึงหวงช่างน่ากลัวยิ่งนัก ข้าเกรงว่าจะมีใครคิดมิดีมิร้ายต่อข้า อย่างไรเสียข้าก็มิได้สู้คนนัก”

“สาม……”

ก่อนที่ซูหนิงซีจะพูดจบ ไป๋หลี่เหิงโมโหเป็นอย่างมาก คาดไม่ถึงไป๋หลี่เหิงจะกระโจนออกมาพร้อมตระโกนว่า“ซูหนิงซี นี่เจ้ากำลังเพ้อฝันอะไรอยู่?!”

นี่หาใช่การอภิเษกพระชายาไม่ แต่เป็นการสร้างเหลาจู่กง[1]ต่างหาก

“อะไรกัน?นี่ข้าพึ่งเอ่ยเพียงสองข้อเท่านั้นท่านก็รับไม่ได้แล้วหรือ?ดูแล้วองค์รัชทายาทมิได้อยากสมรสกับข้าจริงๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมถึงไม่ยกเลิกการสมรสไปเสียล่ะ จะได้มิเป็นการปิดกั้นเราทั้งสอง?”

ซูหนิงซีกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา

ท้ายที่สุดคนเรามีเพียงชีวิตเดียว นางเองไม่อยากเสียเวลาไปกับการร่วมชีวิตกับไป๋หลี่เหิง

“อีกอย่าง ความรักที่ท่านมีให้กับน้องสามนั้นทรงอานุภาพยากที่จะแยกจากกันได้?ข้าสนับสนุนพวกท่าน”

ท่าทีของซูหนิงซีสง่างามยิ่งนัก

คำพูดของนาง ทำให้ไป๋หลี่เหิงโกรธจนหายใจไม่ออก

เมื่อเห็นว่าไป๋หลี่เหิงโกรธจนหน้าแดงพูดไม่ออกนั้น ไป๋หลี่จิ่นถอนสายตาออกและหันไปยังซูหนิงซี “คุณหนูใหญ่แห่งสกุลซูคิดดีแล้วหรือ?นี่เป็นการอภิเษกพระราชทานจากฝ่าบาท ท่านจะเอ่ยเพียงเพราะความไม่พอใจมิได้”

ซูหนิงซีส่ายหัวและกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ด้วยความสัตย์จริงเพคะท่านอ๋อง การอภิเษกครั้งนี้ข้ามิได้เต็มใจ”

“ในเมื่อองค์รัชทายาทมิได้อยากอภิเษกกับข้า ข้าเองก็มิได้อยากแต่งเช่นกัน เหตุผลล้วนมิได้เกิดเพียงเพราะความไม่พอใจเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้น เจ้ายืนกรอนที่จะยกเลิกการอภิเษกนี้ใช่หรือไม่?”

“เจ้าค่ะ”

ซูหนิงซีผงกหัว อีกทั้งเพ่งมองไปยังไป๋หลี่จิ่นพลางกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวว่า“ข้าหวังว่าท่านอ๋องจะนำคำพูดของหนิงซีถ่ายทอดไปยังฝ่าบาท ขอพระองค์ประทานอนุญาตยกเลิกการอภิเษกในครั้งนี้”

เมื่อเห็นสายตาอันซื่อตรงของนาง ไป๋หลี่จิ่นครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ได้”

“ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการที่จะอภิเษก เช่นนั้นข้าจะยกเลิกการอภิเษกสมรสครั้งนี้ของพวกเจ้า”
……
ดึกมากแล้ว ไป๋หลี่เหิงรับปากจะจัดการเรื่องราวของเขาและซูหนิงซาน ทั้งสองไปยังสวนเรือนหยงเหม่ย ไป๋หลี่จิ่นมิได้ห้ามแต่อย่างใด จากนั้นจึงลุกขึ้นจากไป

เดินออกมาจากจวนแม่ทัพได้ไม่ไกล ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง “ท่านอ๋องช้าก่อน!”

เชิงอรรถ
[1]เหลาจู่กง มีความหมายว่า ผู้เป็นต้นแบบแห่งสกุลหรือบรรพบุรุษ

Download APP, continue reading

Chapters

1