บทที่12 น้องสาวคนเล็กของตระกูลฮองเฮา
by อี้อี้
17:26,Mar 13,2022
แม่นางชุดเขียวสังเกตเห็นซูหนิงซี ใบหน้าพลันเปลี่ยนสีเศร้าสร้อย จากนั้นมองไปทางไป๋หลี่จิ่นด้วยความไม่พอใจ“ท่านอ๋อง ไม่ทราบว่าแม่นางผู้นี้เป็นใคร?เหตุใดจึงมายังจวนอ๋องนี่?”
จวนเซ่อเจิ้งอ๋อง แทบจะไม่มีสตรีนางใดเคยย่างกรายเข้ามา นอกเสียจากไป๋หลี่จิ่นจะเป็นผู้พามา!
เมื่อแม่นางชุดเขียวมองมาที่นางสายตาพลันเปลี่ยนเศร้าหมอง ซูหนิงซีรับรู้ได้ในทันที
ช่างไม่มีเหตุผล เมื่อซูหนิงซีเห็นท่าทีบอบบางก็รู้สึกไม่ชอบใจ
ไป๋หลี่จิ่นตาเป็นประกกาย คิ้วอันหล่อเหลาของเขายกขึ้น“หนิงซี นี่คือน้องสาวคนเล็กของฮองเฮา คุณหนูหวัง”
ด้วยเกรงว่าซูหนิงซีจะเข้าใจผิด ไป๋หลี่จิ่นรีบสั่งให้เฮยเย่าพาคุณหนูหวังไปส่ง
เมื่อเห็นทีท่าไม่เต็มใจของคุณหนูหวัง ซูหนิงซีแทบอยากจะเตะโด่งนางออกไป ส่งนางไปจากจวนเซ่อเจิ้งอ๋องเสียเดี๋ยวนี้
ซูหนิงซีเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ชอบใจคุณหนูหวังเอาเสียเลย นางเดินไปอย่างไม่สบอารมณ์ รอดูว่าไป๋หลี่จิ่นจะอธิบายเช่นไร!
เดิมทีเคยคิดว่าจวนเซ่อเจิ้งอ๋องจะต้องตกแต่งอย่างหรูหราเป็นแน่ แต่ตัวตนที่แท้จริงของไป๋หลี่จิ่น กลับไม่ต่างจากคนทั่วไป
เมื่อเทียบกับตำหนักขององค์รัชทายาท ที่ซูหนิงซีเคยไปมาครั้งหนึ่ง ต้องบอกว่าช่างวิจิตรตระการตากว่ามาก
เมื่อมายังจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง ซูหนิงซีตระหนักดีว่าเข้าใจผิด
บ่าวไพร่ในจวนอ๋องถือว่าน้อยมาก และไม่ได้มีดอกไม้พืชพันธุ์อันใดเท่าไหร่นัก ด้านนอกโถงใหญ่มีปลูกไผ่ไม่กี่กอไม่ไกลจากเรือนของไป๋หลี่จิ่น ข้าวของก็ไม่ได้มีค่ามากนักซึ่งล้วนเป็นของคุ้นตา
และนี่ก็ทำให้ซูหนิงซีรู้สึกประหลาดใจ
ไป๋หลี่จิ่นที่เดินไปด้วยทาทีสงบนิ่งไร้ความรู้สึก แต่ภายในใจกับติดอยู่กับซูหนิงซี
ได้ยินนางถอนหายใจหนึ่งเฮือก หางตากวาดไปทั่วรอบทิศทาง ไป๋หลี่จิ่นก็อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“ทำไม จวนของข้าทรุดโทรมมาก ไม่วิจิตรงดงามดั่งหอสือเสินที่เจ้าเคยเห็น คงทำให้เจ้าผิดหวังสินะ”
คนคนนี้ช่าง!!
ซูหนิงซีหันกลับ ดวงตาจ้องมองแผ่นหลังไป๋หลี่จิ่นอย่างขุ่นเคือง จ้องราวกับว่าหลังของเขากำลังจะเป็นรู
“ไป๋หลี่จิ่น ท่านหุบปากได้หรือไม่?!ท่านไม่พูดก็ไม่มีใครว่าท่านหรอก”
ซูหนิงซูพูดอย่างดุดัน
“ได้”
ไป๋หลี่จิ่นตบปากรับคำ
“ข้ายังไม่ได้ถามเลย กับคุณหนูหวังนี่อย่างไร!”
ซูหนิงซีอยู่ห่างจากเขาไปสองก้าว สีหน้าของนางดุราวกับเสือน้อย “หากท่านยังเอ่ยถึงหอสือเสินสามคำนี้อีก ข้าจะตัดขาดจากท่าน!”
ซูหนิงซีชี้มือพร้อมขู่
“ได้ ต่อจากนี้ข้าจะไม่เอ่ยถึงหอสือเสินสามคำนี้อีก แต่ว่าเจ้าก็ห้ามไปเหยียบที่นั่นอีกและห้ามเอ่ยถึงสามคำนี้ด้วย รวมทั้งห้ามไปเจอไอ้หน้าอ่อนนั่นด้วย ”
ไป๋หลี่จิ่นใช้โอกาสนี้เอ่ยคำขอของตน สีหน้าจริงจังไม่คิดที่จะประนีประนอม
ซูหนิงซีหลังจากยกเลิกการสมรสกับไป๋หลี่เหิงแล้ว เขายังไม่ทันได้อุ้มสาวงาม ก็ต้องมาเจอกับไอ้หน้าอ่อนอีก
แม้ว่า ซูหนิงซีจะไม่ได้ชอบพอไป๋หลี่เหิง แต่กับหยางจิ้งเอินนั้นกลับแตกต่าง……
สิ่งนี้ทำให้ไป่หลี่จิ่นรู้สึกกังวลอยู่ภายในใจ
ซูหนิงซีเอามือลูบหน้าด้วยความข้องใจ“ท่านนี่มันเอาแต่ใจจริงๆ!”
ที่นี่ห่างไกลจากบ้านเกิดนับพันปี ไม่ง่ายที่จะได้เจอคนบ้านเดียวกัน นางตื้นตันจนน้ำตาซึม อดไม่ได้ที่จะปฏิบัติต่อหยางจิ้งเอินดั่งมิตรแท้ จู่ๆจะมาบอกว่าไม่ให้เจอก็ไม่เจออย่างนั้นหรือ
“เรื่องนี้เอาไว้ก่อน ท่านอธิบายมาก่อนว่า กับคุณหนูหวังนี่อย่างไรกัน”
เมื่อพูดแล้ว ซูหนิงซีก็ขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง
ทั้งสองเข้าไปยังโถงใหญ่ ท่านลุงท่าทางใจดีเอาน้ำชามาให้ แล้วจึงออกไปด้วยท่าทางมีความสุข ปล่อยให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง
จู่ๆไป๋หลี่จิ่นก็เอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูหวังกับข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกัน เมื่อครู่มาที่นี่เพียงเพื่อยืมตำราเท่านั้น”
ยืมตำรา?
ตระกูลหวังของฮองเฮา จวนอัครมหาเสนาบดีที่เลื่องชื่อ ยังขาดตำราอีกหรือ ?ยืมจากห้องตำราในวังไม่ได้หรือไง?เหตุใดต้องมายืมถึงที่นี่?!
ซูหนิงซีไม่ได้มองโดยตรง เพียงมองผ่านด้านข้าง
“ฮึ่ม ข้าไม่เชื่อ”
ความผยองนี้ไป๋หลี่จิ่นมองว่าช่างน่าขบขันยิ่งนัก เขาก้มหน้าลงพลางพูดด้วยรอยยิ้ม“เมื่อครู่ท่านลุงที่นำน้ำชามาให้คือผู้ดูแลจวนอ๋องท่านลุงโจว อยู่ดูแลจวนอ๋องมากว่าสี่สิบปีแล้ว”
ซูหนิงซีถูกเรื่องนี้ดึงดูดความสนใจ ลืมเรื่องที่ไม่พอใจไว้เพียงด้านหลัง ถามต่อด้วยความสงสัย “เจ้านายรินน้ำชาเองหรือเจ้าคะ?”
“จวนอ๋องของท่านไม่มีสาวใช้หรือบ่าวรับใช้หรือ?”
กล่าวพลางจิบน้ำชาหนึ่งอึก พยักหน้าด้วยความชื่นชม “ไม่เลว นี่เป็นชาดี!”
เมื่อเห็นนางชื่นชอบชานี้ ไป๋หลี่จิ่นค่อยโล่งอก
“บางทีท่านลุงโจวอาจจะอยากพบเจ้า จึงได้มาด้วยตนเอง”
ไป๋หลี่จิ่นอธิบาย
เขาอาจจะยังไม่รู้ความคิดของคนผู้นี้
เขาอยู่ตัวคนเดียวมากว่าสามสิบปี ผู้เฒ่าในจวนอ๋องล้วนเป็นกังวล ต่างแอบสืบดูอย่างลับๆว่าบุตรสาวจวนไหนบ้างที่พอใช้ได้
แม้ว่าจะเป็นบ่าว เขาเป็นอ๋อง แต่เติบโตมาภายใต้การดูแลของผู้เฒ่าเหล่านี้
หากจะพูดอย่างไม่ยำเกรง ทุกคนล้วนเห็นเขาไม่ต่างจากบุตรชาย
สำหรับไป๋หลี่จิ่นผู้เฒ่าเหล่านี้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขานัก
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปรากฏกายด้วยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับท่านอ๋องของพวกเขา หญิงสาวผู้สนิทสนมก็คือคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ ทั้งสถานะ หน้าตาและความประพฤติล้วนเป็นเลิศ ย่อมคู่ควรกับท่านอ๋องของพวกเขา
คนในจวนล้วนคิดเช่นนี้
วันนี้เมื่อได้ยินว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลซูมาเป็นแขกที่จวนอ๋อง ทุกคนต่างชื่นชมยินดี ในใจล้วนปราบปลื้มกว่าผู้ใด
แม้แต่ลุงโจวก็อดใจไม่ไหว อยากเห็นกับตาว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลซูงดงามอ่อนช้อยเพียงใด สามารถสยบท่านอ๋องของพวกเขาได้หรือไม่
เมื่อได้เห็น ลุงโจวก็ปลาบปลื้มดีใจ คิดว่าทั้งสองช่างเป็นคู่ที่เหมาะสม
ดังนั้นหลังรินน้ำชาเสร็จ จึงออกไปอย่างสบายใจเพื่อบอกข่าวดีแก่ทุกคน
ซูหนิงซีไม่เข้าใจมากนัก หลังฟังไป๋หลี่จิ่นพูดไม่ได้คิดมากแต่อย่างไร นางเพียงแค่เชยชม “ท่านลุงโจวอายุห้าสิบกว่าแล้วใช่หรือไม่ ข้าเห็นว่าร่างกายยังแข็งแรงอยู่เลย ยังกระฉับกระเฉง ดูเยาว์วัยยิ่งนัก”
“อืม ท่านลุงโจวฝึกวรยุทธมาหลายปีแล้ว ร่างกายจึงแข็งแรงกว่าคนปกติอยู่มาก”
บรรยากาศผ่อนคลายลงและทั้งสองก็ไม่ได้เอ่ยเรื่องที่ทำให้เสียอารมณ์พวกนั้น
ไม่นานก็ถึงเวลาพลบค่ำ ซูหนิงซีอยู่กินสำรับค่ำก่อนอำลา
ไป๋หลี่จิ่นมาส่งนางยังจวนแม่ทัพ รอจนนางเข้าไปด้านในก่อนจึงค่อยกลับ
ซูหนิงซีกลับถึงเรือนสวนป่าไผ่ เห็นซูหงเหว่ยนั่งอยู่ด้านในด้วยสีหน้ามัวหมอง นางเฉียวและซูหนิงซานก็อยู่ที่นั่นด้วย ทุกคนมองมาที่นางเมื่อเห็นนางเดินเข้ามา
เห้อ ศึกใหญ่อีกแล้ว นี่เตรียมพร้อมจะสืบสวนแล้วใช่หรือไม่?
จวนเซ่อเจิ้งอ๋อง แทบจะไม่มีสตรีนางใดเคยย่างกรายเข้ามา นอกเสียจากไป๋หลี่จิ่นจะเป็นผู้พามา!
เมื่อแม่นางชุดเขียวมองมาที่นางสายตาพลันเปลี่ยนเศร้าหมอง ซูหนิงซีรับรู้ได้ในทันที
ช่างไม่มีเหตุผล เมื่อซูหนิงซีเห็นท่าทีบอบบางก็รู้สึกไม่ชอบใจ
ไป๋หลี่จิ่นตาเป็นประกกาย คิ้วอันหล่อเหลาของเขายกขึ้น“หนิงซี นี่คือน้องสาวคนเล็กของฮองเฮา คุณหนูหวัง”
ด้วยเกรงว่าซูหนิงซีจะเข้าใจผิด ไป๋หลี่จิ่นรีบสั่งให้เฮยเย่าพาคุณหนูหวังไปส่ง
เมื่อเห็นทีท่าไม่เต็มใจของคุณหนูหวัง ซูหนิงซีแทบอยากจะเตะโด่งนางออกไป ส่งนางไปจากจวนเซ่อเจิ้งอ๋องเสียเดี๋ยวนี้
ซูหนิงซีเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ชอบใจคุณหนูหวังเอาเสียเลย นางเดินไปอย่างไม่สบอารมณ์ รอดูว่าไป๋หลี่จิ่นจะอธิบายเช่นไร!
เดิมทีเคยคิดว่าจวนเซ่อเจิ้งอ๋องจะต้องตกแต่งอย่างหรูหราเป็นแน่ แต่ตัวตนที่แท้จริงของไป๋หลี่จิ่น กลับไม่ต่างจากคนทั่วไป
เมื่อเทียบกับตำหนักขององค์รัชทายาท ที่ซูหนิงซีเคยไปมาครั้งหนึ่ง ต้องบอกว่าช่างวิจิตรตระการตากว่ามาก
เมื่อมายังจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง ซูหนิงซีตระหนักดีว่าเข้าใจผิด
บ่าวไพร่ในจวนอ๋องถือว่าน้อยมาก และไม่ได้มีดอกไม้พืชพันธุ์อันใดเท่าไหร่นัก ด้านนอกโถงใหญ่มีปลูกไผ่ไม่กี่กอไม่ไกลจากเรือนของไป๋หลี่จิ่น ข้าวของก็ไม่ได้มีค่ามากนักซึ่งล้วนเป็นของคุ้นตา
และนี่ก็ทำให้ซูหนิงซีรู้สึกประหลาดใจ
ไป๋หลี่จิ่นที่เดินไปด้วยทาทีสงบนิ่งไร้ความรู้สึก แต่ภายในใจกับติดอยู่กับซูหนิงซี
ได้ยินนางถอนหายใจหนึ่งเฮือก หางตากวาดไปทั่วรอบทิศทาง ไป๋หลี่จิ่นก็อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“ทำไม จวนของข้าทรุดโทรมมาก ไม่วิจิตรงดงามดั่งหอสือเสินที่เจ้าเคยเห็น คงทำให้เจ้าผิดหวังสินะ”
คนคนนี้ช่าง!!
ซูหนิงซีหันกลับ ดวงตาจ้องมองแผ่นหลังไป๋หลี่จิ่นอย่างขุ่นเคือง จ้องราวกับว่าหลังของเขากำลังจะเป็นรู
“ไป๋หลี่จิ่น ท่านหุบปากได้หรือไม่?!ท่านไม่พูดก็ไม่มีใครว่าท่านหรอก”
ซูหนิงซูพูดอย่างดุดัน
“ได้”
ไป๋หลี่จิ่นตบปากรับคำ
“ข้ายังไม่ได้ถามเลย กับคุณหนูหวังนี่อย่างไร!”
ซูหนิงซีอยู่ห่างจากเขาไปสองก้าว สีหน้าของนางดุราวกับเสือน้อย “หากท่านยังเอ่ยถึงหอสือเสินสามคำนี้อีก ข้าจะตัดขาดจากท่าน!”
ซูหนิงซีชี้มือพร้อมขู่
“ได้ ต่อจากนี้ข้าจะไม่เอ่ยถึงหอสือเสินสามคำนี้อีก แต่ว่าเจ้าก็ห้ามไปเหยียบที่นั่นอีกและห้ามเอ่ยถึงสามคำนี้ด้วย รวมทั้งห้ามไปเจอไอ้หน้าอ่อนนั่นด้วย ”
ไป๋หลี่จิ่นใช้โอกาสนี้เอ่ยคำขอของตน สีหน้าจริงจังไม่คิดที่จะประนีประนอม
ซูหนิงซีหลังจากยกเลิกการสมรสกับไป๋หลี่เหิงแล้ว เขายังไม่ทันได้อุ้มสาวงาม ก็ต้องมาเจอกับไอ้หน้าอ่อนอีก
แม้ว่า ซูหนิงซีจะไม่ได้ชอบพอไป๋หลี่เหิง แต่กับหยางจิ้งเอินนั้นกลับแตกต่าง……
สิ่งนี้ทำให้ไป่หลี่จิ่นรู้สึกกังวลอยู่ภายในใจ
ซูหนิงซีเอามือลูบหน้าด้วยความข้องใจ“ท่านนี่มันเอาแต่ใจจริงๆ!”
ที่นี่ห่างไกลจากบ้านเกิดนับพันปี ไม่ง่ายที่จะได้เจอคนบ้านเดียวกัน นางตื้นตันจนน้ำตาซึม อดไม่ได้ที่จะปฏิบัติต่อหยางจิ้งเอินดั่งมิตรแท้ จู่ๆจะมาบอกว่าไม่ให้เจอก็ไม่เจออย่างนั้นหรือ
“เรื่องนี้เอาไว้ก่อน ท่านอธิบายมาก่อนว่า กับคุณหนูหวังนี่อย่างไรกัน”
เมื่อพูดแล้ว ซูหนิงซีก็ขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง
ทั้งสองเข้าไปยังโถงใหญ่ ท่านลุงท่าทางใจดีเอาน้ำชามาให้ แล้วจึงออกไปด้วยท่าทางมีความสุข ปล่อยให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง
จู่ๆไป๋หลี่จิ่นก็เอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูหวังกับข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกัน เมื่อครู่มาที่นี่เพียงเพื่อยืมตำราเท่านั้น”
ยืมตำรา?
ตระกูลหวังของฮองเฮา จวนอัครมหาเสนาบดีที่เลื่องชื่อ ยังขาดตำราอีกหรือ ?ยืมจากห้องตำราในวังไม่ได้หรือไง?เหตุใดต้องมายืมถึงที่นี่?!
ซูหนิงซีไม่ได้มองโดยตรง เพียงมองผ่านด้านข้าง
“ฮึ่ม ข้าไม่เชื่อ”
ความผยองนี้ไป๋หลี่จิ่นมองว่าช่างน่าขบขันยิ่งนัก เขาก้มหน้าลงพลางพูดด้วยรอยยิ้ม“เมื่อครู่ท่านลุงที่นำน้ำชามาให้คือผู้ดูแลจวนอ๋องท่านลุงโจว อยู่ดูแลจวนอ๋องมากว่าสี่สิบปีแล้ว”
ซูหนิงซีถูกเรื่องนี้ดึงดูดความสนใจ ลืมเรื่องที่ไม่พอใจไว้เพียงด้านหลัง ถามต่อด้วยความสงสัย “เจ้านายรินน้ำชาเองหรือเจ้าคะ?”
“จวนอ๋องของท่านไม่มีสาวใช้หรือบ่าวรับใช้หรือ?”
กล่าวพลางจิบน้ำชาหนึ่งอึก พยักหน้าด้วยความชื่นชม “ไม่เลว นี่เป็นชาดี!”
เมื่อเห็นนางชื่นชอบชานี้ ไป๋หลี่จิ่นค่อยโล่งอก
“บางทีท่านลุงโจวอาจจะอยากพบเจ้า จึงได้มาด้วยตนเอง”
ไป๋หลี่จิ่นอธิบาย
เขาอาจจะยังไม่รู้ความคิดของคนผู้นี้
เขาอยู่ตัวคนเดียวมากว่าสามสิบปี ผู้เฒ่าในจวนอ๋องล้วนเป็นกังวล ต่างแอบสืบดูอย่างลับๆว่าบุตรสาวจวนไหนบ้างที่พอใช้ได้
แม้ว่าจะเป็นบ่าว เขาเป็นอ๋อง แต่เติบโตมาภายใต้การดูแลของผู้เฒ่าเหล่านี้
หากจะพูดอย่างไม่ยำเกรง ทุกคนล้วนเห็นเขาไม่ต่างจากบุตรชาย
สำหรับไป๋หลี่จิ่นผู้เฒ่าเหล่านี้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขานัก
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปรากฏกายด้วยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับท่านอ๋องของพวกเขา หญิงสาวผู้สนิทสนมก็คือคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ ทั้งสถานะ หน้าตาและความประพฤติล้วนเป็นเลิศ ย่อมคู่ควรกับท่านอ๋องของพวกเขา
คนในจวนล้วนคิดเช่นนี้
วันนี้เมื่อได้ยินว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลซูมาเป็นแขกที่จวนอ๋อง ทุกคนต่างชื่นชมยินดี ในใจล้วนปราบปลื้มกว่าผู้ใด
แม้แต่ลุงโจวก็อดใจไม่ไหว อยากเห็นกับตาว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลซูงดงามอ่อนช้อยเพียงใด สามารถสยบท่านอ๋องของพวกเขาได้หรือไม่
เมื่อได้เห็น ลุงโจวก็ปลาบปลื้มดีใจ คิดว่าทั้งสองช่างเป็นคู่ที่เหมาะสม
ดังนั้นหลังรินน้ำชาเสร็จ จึงออกไปอย่างสบายใจเพื่อบอกข่าวดีแก่ทุกคน
ซูหนิงซีไม่เข้าใจมากนัก หลังฟังไป๋หลี่จิ่นพูดไม่ได้คิดมากแต่อย่างไร นางเพียงแค่เชยชม “ท่านลุงโจวอายุห้าสิบกว่าแล้วใช่หรือไม่ ข้าเห็นว่าร่างกายยังแข็งแรงอยู่เลย ยังกระฉับกระเฉง ดูเยาว์วัยยิ่งนัก”
“อืม ท่านลุงโจวฝึกวรยุทธมาหลายปีแล้ว ร่างกายจึงแข็งแรงกว่าคนปกติอยู่มาก”
บรรยากาศผ่อนคลายลงและทั้งสองก็ไม่ได้เอ่ยเรื่องที่ทำให้เสียอารมณ์พวกนั้น
ไม่นานก็ถึงเวลาพลบค่ำ ซูหนิงซีอยู่กินสำรับค่ำก่อนอำลา
ไป๋หลี่จิ่นมาส่งนางยังจวนแม่ทัพ รอจนนางเข้าไปด้านในก่อนจึงค่อยกลับ
ซูหนิงซีกลับถึงเรือนสวนป่าไผ่ เห็นซูหงเหว่ยนั่งอยู่ด้านในด้วยสีหน้ามัวหมอง นางเฉียวและซูหนิงซานก็อยู่ที่นั่นด้วย ทุกคนมองมาที่นางเมื่อเห็นนางเดินเข้ามา
เห้อ ศึกใหญ่อีกแล้ว นี่เตรียมพร้อมจะสืบสวนแล้วใช่หรือไม่?
HELLOTOOL SDN BHD © 2020 www.readmeapps.com All rights reserved